เปรียบเทียบราคา API AI: OpenAI vs DeepSeek vs SiliconFlow

📅 2026-07-07 · อ่าน 5 นาที

เปรียบเทียบราคา API AI: OpenAI vs DeepSeek vs SiliconFlow

ในยุคที่ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักพัฒนา การเลือกใช้ API AI ที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ ราคา API ที่แตกต่างกันอย่างมากในแต่ละผู้ให้บริการ บทความนี้จะพาคุณไปเปรียบเทียบสามเจ้ายอดนิยมในตลาดไทย ได้แก่ OpenAI, DeepSeek และ SiliconFlow พร้อมเจาะลึก OpenAI ราคา เทียบกับคู่แข่ง รวมถึงตัวอย่างโค้ดที่นำไปใช้ได้จริง

ทำความเข้าใจหน่วยการคิดค่าบริการ (Token)

API AI ส่วนใหญ่คิดค่าบริการตามจำนวน token ซึ่งหมายถึงหน่วยย่อยของข้อความ โดยประมาณ 1 token ≈ 0.75 คำในภาษาอังกฤษ หรือประมาณ 1.5-2 ตัวอักษรในภาษาไทย ยิ่งโมเดลมีขนาดใหญ่ ราคาต่อ token ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

เปรียบเทียบราคา API หลัก

เราจะเปรียบเทียบราคาสำหรับโมเดลยอดนิยมของแต่ละค่าย โดยใช้ราคาต่อ 1 ล้าน token (Input / Output) ในสกุลเงิน USD เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน

จากตารางจะเห็นว่า DeepSeek ราคา ถูกกว่า OpenAI GPT-4o ถึงประมาณ 9 เท่า ในขณะที่ SiliconFlow เสนอราคาที่แข่งขันได้มาก โดยเฉพาะเมื่อใช้บริการโฮสต์ของตนเอง

ตัวอย่างโค้ด: เปรียบเทียบการเรียกใช้งาน API

ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างโค้ด Python สำหรับเรียกใช้ API ของทั้งสามเจ้า โดยใช้ HTTP request แบบง่าย (สมมติว่าคุณมี API key แล้ว)

ตัวอย่างที่ 1: เรียกใช้ OpenAI API

import requests

api_key = "sk-xxxxxxxxxxxxxxxx"
headers = {
    "Authorization": f"Bearer {api_key}",
    "Content-Type": "application/json"
}

data = {
    "model": "gpt-4o-mini",
    "messages": [{"role": "user", "content": "สวัสดี ช่วยแนะนำร้านอาหารไทยในกรุงเทพหน่อย"}],
    "max_tokens": 200
}

response = requests.post("https://api.openai.com/v1/chat/completions", json=data, headers=headers)
print(response.json()["choices"][0]["message"]["content"])

ตัวอย่างที่ 2: เรียกใช้ DeepSeek API

import requests

api_key = "sk-xxxxxxxxxxxxxxxx"
headers = {
    "Authorization": f"Bearer {api_key}",
    "Content-Type": "application/json"
}

data = {
    "model": "deepseek-chat",
    "messages": [{"role": "user", "content": "เขียนบทความสั้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชียงใหม่"}],
    "max_tokens": 300
}

response = requests.post("https://api.deepseek.com/v1/chat/completions", json=data, headers=headers)
print(response.json()["choices"][0]["message"]["content"])

ตัวอย่างที่ 3: เรียกใช้ SiliconFlow API

import requests

api_key = "sf-xxxxxxxxxxxxxxxx"
headers = {
    "Authorization": f"Bearer {api_key}",
    "Content-Type": "application/json"
}

data = {
    "model": "deepseek-ai/DeepSeek-V3",
    "messages": [{"role": "user", "content": "ช่วยอธิบายความแตกต่างระหว่าง AI กับ Machine Learning"}],
    "max_tokens": 250
}

response = requests.post("https://api.siliconflow.cn/v1/chat/completions", json=data, headers=headers)
print(response.json()["choices"][0]["message"]["content"])

ทั้งสามตัวอย่างใช้โครงสร้างคล้ายกัน เพียงเปลี่ยน endpoint และชื่อโมเดลเท่านั้น ทำให้การย้ายผู้ให้บริการทำได้ง่ายมาก

ข้อดีและข้อเสียของแต่ละค่าย

OpenAI

DeepSeek

SiliconFlow

เคล็ดลับการเลือกใช้ API AI ให้คุ้มค่า

สำหรับนักพัฒนาไทย การเลือกใช้ API ไม่ควรดูแค่ราคาเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาดังนี้

สรุป: ใครเหมาะกับอะไร?

ในท้ายที่สุด ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ API จากค่ายไหน สิ่งสำคัญคือการมี API key ที่ราคาไม่แพงและใช้งานได้จริง หากคุณกำลังมองหาแหล่งซื้อ AI API tokens ราคาถูก มีเครดิตให้ทดลองใช้ และรองรับหลายโมเดลทั้ง OpenAI, DeepSeek และอื่นๆ เราขอแนะนำให้ลองเข้าไปดูที่ tai.shadie-oneapi.com ซึ่งเป็นร้านค้าที่รวม API tokens หลากหลายแบรนด์ในราคาพิเศษสำหรับนักพัฒนาไทยโดยเฉพาะ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน!

🚀 เริ่มต้นใช้งาน AI API วันนี้ — เริ่มต้นเพียง $1

ไม่ต้องสมัครรายเดือน จ่ายเท่าที่ใช้ รองรับการจ่ายเงินแบบไทย

สมัครเลย →